และเรื่องนี้ คู่หูบะหมี่รถลาก นารุโตยะ ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ผมเพิ่งอ่านจบหมาดๆ ครับ ก่อนที่จะไปยังจุดอื่นขอเล่าเรื่องย่อของเรื่องนี้ให้ทราบก่อนแล้วกันนะครับ เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นที่ นายนารุมิ หนุ่มไม่เอาถ่านไร้งานไร้ความรับผิดชอบ ใช้ชีวตไปวันๆ ได้เดินไปเจอรถเข็นบะหมี่คันนึงถูกทิ้งไว้อยู่ในป่า เขาก็เลยมีไอเดียขึ้นว่า งั้นก็เข็นขายบะหมี่ไปเรื่อยๆ ค่ำไหนนอนนั่นก็แล้วกัน ว่าแล้วเขาก็เดินทางไปยังที่ต่างๆ และใช้ชีวิตแบบที่ว่านี่แหล่ะ แต่มันแย่มากๆตรงที่ตคัว นารุมิ เองนั้นไม่ได้อยากขายบะหมี หรือ ราเม็งนี่อะไรเป็นจริงเป็นจังหรอกครับ แค่อยากใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยๆ ไปวันๆ ตัวเขาเองก็กินเหล้าทั้งวัน ขายบ้างไม่ขายบ้าง แต่จะให้เขาได้บะหมี่ได้อย่างไร ในเมื่อเขาทำบะหมี่ไม่เป็น นารุมินั้นไปเหมาบะมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ใกล้หมดอายุมาจากโรงงานแล้วก็ใช้เส้นพวกนี้ทำ + กับฝีมือที่ไม่มีอยู่แล้วผลก็คือไปที่ไหนก็ขายได้นิดหน่อยเพราะไม่มีความอร่อยเลย เหมือนต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ที่บ้านนั่นเอง จนวันนึงเขาเจอกับ โตยะ เด็กน้อยวัยประถมที่มีปัญหาครอบครัวตรงที่คุณแม่แสนสวยของเขาร่างกายอ่อนแออยู่แต่โรงพยาบาลที่ห่างไกล ทำให้เขาไม่ได้เจอ

ไม่ได้พูดคุยกับแม่เลย แม้จะมีคุณพ่ออยู่แต่เขาก็ต้องการที่จะเจอหรือพูดคุยกับแม่เขาบ้าง ตัวโตยะเองก็เลยอยากมีโทรศัพท์มือถือไว้ซักเครื่องเพื่อเอาไว้โทรหาแม่เขา แต่มือถือนั้นมีราคาสูงสำหรับเด็กประถม แถมจะเปิดใช้บริการก็ต้องให้ผู้ปกครองมาเปิดให้อีกทำให้เขาต้องคิดหนักว่าจะแก้ปัญหาเรื่องมือถือยังไงดี ขณะที่เขากำลังเดินมึนเกี่ยวกับปัญหานี่เขาก็มาเจอกับแผงร้านบะหมี่รถเข็นของนารุมิ ซึ่งทำให้โตยะ คิดถึงวันที่แสนสุขที่แม่เขาพาไปเขาและน้องสาวรวมถึงคุณพ่อไปเที่ยวตามงานวัดและได้กินบะหมี่รถเข็นอย่างนี้ รถชาติแห่งความทรงจำอันแสนสุขนี้จึงระอุขึ้นมา แต่ทุกอย่างก็พังทลายลงมาเมื่อ นารูมิ เอาบะหมี่ที่ทำให้เขากิน เพราะรถชาติช่างห่วยแตกยิ่งนัก จนถึงขึ้นมีเรื่องทะเลาะกัน เมื่อนารูมิ ไม่พอใจเด็กประถมคนนี้ที่มาว่าเขา เขาก็ท้าให้ โตยะ ลองทำบะหมีให้เขาทาน และเมื่อ โตยะ ใช้สูตรในความทรงจำที่แม่ทำให้เขาทานนั้น นารุมิ ก็พบว่า ไอ้เด็กคนนี้ทำราเม็งได้โครตอร่อยเลย เขาจึงชวนเด็กประถมคนนี้มาทำราเม็งกับเขา แล้วเขาจะแบ่งเงินให้ ซึ่งโตยะ ก็คิดว่านี่แหล่ะจะเป็นทางออกให้เขาก็ได้มีเงินซื้อมือถือ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาเป้าหมายของทั้งชีวิตเขาเลย

จากมุมมองผม เรื่องนี้เป็นเรื่องแนวฟิลกู๊ดที่มีเนื้อเรื่องง่ายๆ แต่ละมุนมาก โดยรวมโครงเรื่องและเนื้อเรื่องวางมาได้ดีมากเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นประเด็น หรือ การเล่าเรื่องทำออกมาได้ดี อย่างที่คนอ่านอย่างเราได้อ่านแล้วจะยิ้มและเคลิ้มไปกับเนื้อหาตอนนั้นไม่ยาก ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับการทำบะหมีที่ผสมกับปัญหาจากครอบครัว และจากตัวบุคคลในเรื่อง ที่ทำออกมาได้อย่างไม่ฮาร์ดคอร์ ทำให้คนที่อ่านเรื่องนี้อ่านได้ตั้งแต่เด็กเล็กในผู้ใหญ่เลยครับ และยิ่งเรื่องนี้นำเสนอเกี่ยวกับบะหมี่เป็นหลัก เราจึงได้ความรู้เกี่ยวกับอาหารประเภทนี้ในแต่ละท้องถิ่นให้เราทราบด้วย ถือว่าเป็นความรู้ที่แทรกเข้ามาตามจังหวะที่ควรเป็น เนียนอย่างยิ่งยวดครับ.. ความสัมพันธ์ของตัวละครเป็นอีกเรื่องนึงที่ผมว่าเรื่องนี้สร้างขึ้นมาได้อย่างเนียนอย่างยิ่งครับ ตัวละครดูไม่มีขาดไม่มีเกิน แต่งให้เสริมกันและกันได้เป็นอย่างดี เราจะสามารถจดจำตัวละครในเรื่องนี้ได้ค่อยข้างแม่นแม้ว่าตัวละครนั้นจะมาไม่นาน แต่ด้วยบทบาทที่สร้างขึ้นผมว่ามันน่าจดจำได้เป็นอย่างดีครับ และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอก 2 ตัวซึ่งผมไม่รู้สึกว่ามันจงใจหรือยัดเยียดเหตุผลที่ทำให้สองคนนี้ต้องเดินทางไปด้วยกันเลยนะ ซึ่งมันดีมากครับ ปกติเราจะเจอตัวเอกหลายๆตัวที่มาอยู่ด้วยกันหรือเดินทางไปด้วยกันแล้วเราไม่เก็ทเหตุผลในการทำให้พวกเขาต้องมาอยู่ด้วยกัน แต่เรื่องนี้นั่นทำออกมาได้เป็นอย่างดี พร้อมกับมีคำพูดหลายๆ คำตลอดทั้งเรื่องที่เราอ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นคำพูดที่มากสามารถมาปรับใช้ในชีวิตเราได้เลยครับ

แน่นอนเรื่องนี้พูดถึงการเดินทางของสองตัวเอกเป็นหลักแต่ระหว่างทางนี้เราจะเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ รอบข้างและตลอดทั้งเรื่องได้อย่างสนุกจนไม่อยากให้จบเลยครับ.. และด้วยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของอ.เขาอยู่แล้ว ซึ่งเข้าได้ดีกับเนื้อเรื่องอย่างนี้ครับ อ่านง่าย สบายตา แต่เต็มไปด้วยทุกรายละเอียดซึ่งไม่ปล่อยผ่าน ไอ้ที่จะได้เห็นปล่อยขาวมากๆ เรื่องนี้ไม่มีเลยครับ แต่ไม่ว่าวาดเต็มพื้นที่ยังไง เราก็ไม่รู้สึกอึดอัดในการอ่านเลยครับ ยอดเยี่ยมมากจริงๆ.. แต่ไม่ใช่เรื่องนี้จะไม่มีอะไรที่ขัดตาผมเลยนะ สิ่งที่ขัดตาในเรื่องนี้นั่นก็คือตัวร้ายครับ ซึ่งเรื่องนี้ปั้นว่าเป็นองค์กรด้านอาหารที่อยู่เบื้องหลักอาหารญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต มีอำนาจมาก แต่เราจะเห็นการแสดงออกที่เหมือนเป็นสมาคมทั่วไปมากกว่า ไม่ได้ยิ่งใหญ่เลย ยิ่งหัวหน้าแล้วละก็ ผมยังงงว่าทำไมต้องเอาออกมาฆ่าให้เราดูน่าขำขันในจุดจบของเรื่องแบบนี้กันครับ และอีกเรื่องคือคาเรทเตอร์ของตัวร้ายบางตัวที่พยายามสร้างให้มันดูเหนือมนุษย์นิดๆ ซึ่งมันไม่จำเป็นเลยกับการ์ตูนสายอาหารที่ปูเรื่องสบายๆ อย่างนี้ ผมสบายใจและคิดว่ามันเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับเรื่อง ถ้าศัตรูที่ออกมาทำอาหารเก่งแบบปกติ ไม่ต้องใส่ไอ้นั่น ไอ้นี่มาให้ดูเหมือนศึกยอดมนุษย์หรอกครับเพราะเอาเข้าจริงๆ อาหารที่ทำออกมามันมีหน้าตาที่ไม่ได้พิศดาจอะไรเลยนะครับ นั่นคือส่วนที่ขัดตาผมมากๆในเรื่องนี้ครับ

คู่หูบะหมี่รถลาก นารุโตะยะ นี้วาดโดย อ.ทามิโอะ บาบะ โดยเรื่องนี้ในไทย เจ้าของลิขสิทธิ์คือ สนพ วิบูลย์กิจ ออกมาทั้งหมด 7 เล่มจบ ซึ่งต้องหามือสองอ่านกันอย่างเดียวครับเรื่องนี้ แต่ไม่น่าหายากครับ โดยอ.ท่านนี้มีผลงานอีก 2-3 เรื่องใต้ สนพ เดียวกันที่เขียนเรื่องอ่านง่ายๆ นี้ครับ.. นี่คือการ์ตูนที่มีจำนานเล่มไม่มากนัก เป็นการ์ตูนสายอาหารที่เขียนออกมาได้ดีมาก เต็มไปด้วยอารมณ์ดีๆ สิ่งดีๆ ในเรื่องเราจะไม่เจอภาพไม่ดีหรือเหตุการณ์หนักๆอะไรเหมือนการ์ตูนพิมพ์นิยมในสมัยนี้เลยครับ ทำให้เรื่องนี้อ่านได้ทั้งครอบครัว แต่ด้วยเนื้อหาที่ออกแนวฟิลกู๊ดอย่างนี้มันเลยอาจไม่มีเหตุการณ์อะไรที่กระฉากใจคนอ่านที่อยากเจอในเรื่องเรื่องนี้นะครับ ต้องเข้าใจว่านี่คือการ์ตูนเกี่ยวกับอาหารที่ต้องการนำเสนอความสุขในการทำอาหาร การเดินทาง มิตรภาพ และการเรียนรู้สิ่งที่ตัวเองต้องการในชีวิตครับ ซึ่งเรื่องนี้ตอบโจทย์และมีครบอย่างที่การ์ตูนดีๆ เรื่องนึงควรจะมี เพราะฉะนั้นอ่านเถอะครับ

พบกับการรีวิวการ์ตูนอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนต่างประเทศหรือจะเป็นการ์ตูนไทย ก็จะมีหมดทุกๆการ์ตูนเลยนะ ครั้งที่แล้วเราก็ได้มีการ รีวิวการ์ตูน พิชัยยุทธ์ซุนวู ไปก็จะไปอ่านดูได้เลย