ที่ผมยกเรื่องฮิคารุเซียนโกะมานั้นเพราะเรื่องที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกระดานไม้เล็กๆเช่นกัน แม้มันจะไม่ใช่หมากล้อม แต่เป็นหมากรุกญี่ปุ่น ที่คนไทยอย่างเราไม่เคยเล่นหรือรู้จักกันเช่นกัน แต่มีสิ่งที่เหมือนกับเรื่องฮิคารุนั่นก็คือชั้นเชิงและความเก่งของอ.คนเขียนที่สามารถทำให้เรื่องนี้สนุก แม้ความสนุกนั้นจะแตกต่างจากฮิคารุโดยสิ้นเชิงก็ว่าได้ หากเรื่องฮิคารุเรารู้สึกได้ถึงความสนุกในการดำเนินเรื่องแล้วละก็เรื่องนี้เราจะรู้สึกถึงความเศร้าที่เกาะกินหัวใจพร้อมกับแสงและความอบอุ่นที่แทรกตัวให้หัวใจของเราสัมผัสถึงมันได้

เรื่องราวของตราบวันฟ้าใส เริ่มขึ้นเมื่อ คิริยามะ เรย์ ต้องสูญเสีย พ่อ แม่ และน้องสาวในคราวเดียวกัน ในขณะที่ตัวเองกำลังอยู่ในอามรณ์เสียใจ อ้างว้าง สับสน ทำตัวไม่ถูกและกำลังถูกบรรดาญาติๆเกี่ยงในการดูแลนั้น เพื่อนคนนึงของพ่อเรย์ ก็ได้ยื่นมือพร้อมกับถามเขาว่า เขาชอบเล่นหมากรุกญี่ปุ่นไหม ด้วยความที่ตัวเรย์นั้นเคยเล่นหมากรุกกับพ่อของเขาเป็นระยะ และเคยเล่นกับเพื่อนพ่อคนนี้ด้วย เขาจึงตอบไปว่าชอบ แต่เอาเข้าจริงเหตุผลในการตอบของเด็กคนนี้ก็เพียงแค่ ไม่อยากจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว และจากคำตอบของเขานั้น เขาก็ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวของ โคดะ ด้วยการที่เขามาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านที่มี ลูกสาวและลูกชายอยู่แล้ว เขาจึงต้องทำตัวดีและฝึกฝนหมากรุกอยู่ตลอดเวลาเพราะสำหรับคนบ้านนี้แล้ว นอกจากคุณพ่อที่เป็นคนเล่มหมากรุกมืออาชีพแล้ว ทั้งลูกสาวและลูกชายก็ถูกคาดหวังและสอนหมากรุกเพื่อที่จะให้เป็นมืออาชีพเหมือนพ่อเมื่อโตขึ้น หากแต่ด้วยความสามารถอันโดดเด่นของเรย์ ทำให้เกิดแผลเป็นขนาดใหญ่ในบ้านหลังนี้เกิดขึ้น เรย์กลับทำให้ลูกสาวและลูกชายที่อยู่ในบ้านหลังนี้รู้สึกว่าพ่อเอาใจเรย์มากกว่า เพราะเรย์เก่งกว่าเขา จนเป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ในบ้านเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

เรย์ผู้คิดมากเขารู้สึกแย่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ในครอบครัวนี้และสถานการณ์แบบนี้ ทำให้เขาเร่งฝึกฝนเกมส์หมากรุกนี้เพื่อที่จะยืนด้วยขาของตัวเองได้โดยไม่พึ่งใคร และเรย์ก็สามารถเป็นมืออาชีพหมากรุกได้ ด้วยวัยเพียง 15 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้มีเพียง 4 คนเท่านั้นที่ทำได้ในอายุ 15 ปีนี้ ทำให้เขาถูกคาดหวังว่าเขาจะขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของวงการหมากรุกได้ซักวันหนึ่งเหมือนกับที่ 4 คนก่อนหน้านี้ทำได้ นั่นคงเป็นอนาคตที่เป็นไปได้หรือไม่ เรย์ไม่รู้ แต่ที่เขารู้คือเขาสามารถใช้อาชีพนี้เลี้ยงหาตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งคนอื่น เขาจึงขอย้ายออกมาจากบ้านหลังนั้น แม้เขาจะรู้สึกดีกับครอบครัวนี้แค่ไหน แต่ความทุกข์ที่เขาแบกไว้มันหนักหนากว่าที่คนอื่นคิดไว้

เรย์ได้เลือกที่อยู่ในห้องริมน้ำในเมืองๆนึง แม้เขาจะย้ายออกมาอยู่คนเดียวได้ตามที่เขาหวัง แต่โลกที่ตอนนี้เขาเจออยู่มันเป็นโลกแห่งความโดดเดี่ยว และอ้างว้างเกินไปสำหรับเด็กอายุ 15 ปี จนวันนึงเขาได้รู้จักครอบครัว 3 สาวครอบครัวนึง ที่ต่อไปนี้เขาจะต้องมาเกี่ยวข้องในหลายๆด้าน และช่วยให้เขาได้เข้าใจโลกที่เขาไม่เคยเข้าใจ ขณะเดียวกัน ตัวเขาเองต้องก้าวไปสู่การแข่งขันที่ตัวเขาต้องการไปสู่จุดสูงสุดให้ได้ แต่หนุ่มน้อยอายุ 15 ปีคนนี้จะทำได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเขาเต็มไปด้วยม่านหมอกและฝนที่ตกอยู่ตลอดเวลา

ด้วยเนื้อเรื่องย่อที่ท่านได้อ่านไป เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต พร้อมกับเรียนรู้ชีวิต ทั้งการใช้ชีวิตของตัวเองและการไต่อันดับขึ้นไปสู่ตำแหน่งบนของการเล่นหมากรุกญี่ปุ่น ด้วยประสบการณ์ที่เรย์นั้นได้พบมา รวมกับความที่เขาเป็นคนที่อ่อนไหวในเรื่องพวกนี้เราจึงพบบรรยากาศกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเรย์ในจังหวะต่างๆ และการรับมือไม่ถูกเมื่อเจอปัญหาที่ไม่ได้ใหญ่อะไรแต่ด้วยเขาไม่ค่อยมีความสามารถในการรับมือเวลาเจอคนอื่น ทำให้เราได้อ่านเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความเศร้าและหว้าเหว่ตามที่ผมบอก ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยได้เจอในการ์ตูนเรื่องอื่น คือถ้าไม่เจอแบบดิบๆ ดาร์กๆ ไปเลยก็จะเจอเบาสมองไปซะเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โทนการ์ตูนออกแนวหม่นๆ เพราะความหม่นๆ นี้บางทีมันยากที่จะขายครับ ลูกค้าที่เป็นสายดาร์กๆเลย อาจมองว่าเรื่องนี้มันเป็นปัญหาที่เบาหรือมันเป็นความดราม่าที่ไม่ได้หนักอะไร แต่ผมบอกได้เลยว่าด้วยการนำเสนอและรายละเอียดดีเทล์ที่ครบในทุกอย่างความดราม่าในเรื่องนี้จึงเป็นดราม่าที่น่าติดตามเอามากๆ

ในเรื่องนี้ไม่มีฉากคนตายหรือฉากแหวะอะไรให้เรารู้สึกว่าการ์ตูนเรื่องนี้มันเป็นโทนเศร้าๆนะ และเอาเข้าจริงๆ ถ้าดูจากหน้าปก ผมยังรู้สึกว่ามันดูอบอุ่นซะด้วยซ้ำ แต่เมื่อได้อ่านการ์ตูนในแต่ละตอนแล้ว ผมรู้สึกได้ถึงความเศร้าตามที่เนื้อเรื่องต้องการสื่อสาร ในขณะที่ผมไม่รู้สึกอยากวางการ์ตูนเรื่องนี้เลย อยากอ่านมันต่อไปเรื่อยๆ นี้คือความเจ๋งของเรื่องนี้ครับ ผมไม่เจอการ์ตูนแนวนี้ที่สามารถสื่อออกมาได้อย่างทรงพลังและน่าติดตามขนาดนี้มานานมากแล้ว อย่างที่บอกว่าหลายเรื่องเอาพลังจากภาพที่ดิบและดาร์กมาทำให้เนื้อเรื่องดาร์กหรือหม่นตามที่ต้องการสื่อ บางเรื่องใช้คำพูดและบทการสนทนาในเรื่องทำให้รู้สึกว่าเราตรึงเครียดกับในเรื่องนั้น แต่เรื่องนี้มันพิเศษกว่า เพราะภาพแม้สดใสในหลายๆฉาก แต่มันกลับปักเข้าไปในใจให้เรารู้สึกถึงความเจ็บปวดของตัวเอกที่เขาต้องเจอ ในขณะที่บทพูดก็เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายเรียงร้อยเหมือนกับบทละคร เหมือนกับโคลงกลอน เหมือนกับดวงดาวเพื่อระบายความในใจของตัวเรย์ที่เขาต้องเจอในตอนนั้น มันสวยงามและลึกซึ้งมากๆครับ

แต่มันไม่ใช่มีแค่ความหม่นหรือเศร้าอย่างเดียวในเรื่องนี้ครับ มันยังมีความสว่างและความอบอุ่นที่แทรกอยู่ในเรื่องนี้เป็นระยะ เสมือนคอยตอบคำถามของเรย์เสมอเมื่อเขาคิดว่าถึงสิ่งที่เขาเจอ ความเศร้าที่เขากำลังรู้สึก ก็จะมีความอบอุ่นบางอย่างแทรกเอาให้เรย์รู้เสมอว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวอย่างที่เขาคิดเลย ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้แม้แกนหลักมันคือความเศร้าหมองหม่นของตัวเรย์ แต่ตัวเรย์ก็กำลังเรียนรู้ที่จะรับความอบอุ่นและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างคนรอบข้างกับตัวเขาครับ.. สิ่งที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมากนอกจากบทในแต่ละตอน การนำเสนอแต่ละช่วงแล้วก็มีเรื่องบทสนทนาที่ผมชื่นชอบมากๆ รวมถึงบทการรำพึงรำพันของตัวเรย์เองที่เปรียบเปรยได้อย่างเสียดแทง ตรงเข้าหัวใจคนอ่านและบอกสามารถบอกเล่าถึงความทุกข์ที่เขาได้เจอหรือกำลังเจอ ซึ่งตรงนี้ต้องขอชื่นชมผู้แปลเรื่องนี้เป็นอย่างมากที่สามารถเรียงร้อยให้เป็นภาษาไทยได้อย่างงดงามเป็นที่สุด อีกส่วนนึงที่ห้ามมองข้ามก็คือ ภาพวาดซึ่งผมชอบเอามากๆ แม้จะมีลายเส้นออกแนวผู้หญิงแต่มันไม่ได้ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ไปไม่สุดเลย กลับช่วยสร้างภาพที่ดูอบอุ่น สวยงาม สอดคล้องไปกับเนื้อเรื่องและบทละคร รวมถึงฉากในแต่ละตอน แต่ละหน้าที่วาดออกมาได้อย่างสุดยอด เต็มไปด้วยลายละเอียดเสมอจริง จนผมเองตั้งความหวังไว้ว่าจะไปเยือนถิ่นต้นแบบฉากในการ์ตูนเรื่องนี้เลยครับ เพราะวาดออกมาได้สวยมากอย่างที่บอก

และแม้ผมพูดไปเยอะขนาดนี้ แต่สิ่งที่ผมไม่มองข้ามเวลาหาอ่านการ์ตูนดีๆซักเรื่อง เรื่องนี้ก็ยังมีอยู่แบบที่ควรมี นั่นคือความอารมณ์ขัน ของตัวละครในเรื่อง ซึ่งแทรกออกมาได้อย่างดีมากๆ แม้ผมจะพูดเกี่ยวกับความสนุกตรงนี้น้อยไปหน่อย แต่อยากจะบอกว่านี่คือตัวอย่างของการลงตัวในทุกๆ ส่วนที่ควรยึดเป็นแบบแผนของการ์ตูนดีๆซักเรื่องนึงครับ

พบกับการรีวิวการ์ตูนอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนต่างประเทศหรือจะเป็นการ์ตูนไทย ก็จะมีหมดทุกๆการ์ตูนเลยนะ ครั้งที่แล้วเราก็ได้มีการ รีวิวการ์ตูน Leviathan ผ่าวิญญาณวันสิ้นโลก ไปก็จะไปอ่านดูได้เลย