ถ้าพูดถึงแวมไพร์ซึ่งเป็นผี ปีศาจชนิดนึงในโลกของทางฝั่งยุโรปแล้วนั้น เราจะได้เห็นตัวเอกตัวนี้กระจายอยู่ในทุกๆที่แน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็น หนัง ภาพยนตร์ นิยาย บทละคร หรือแม้กระทั่งการ์ตูน เพราะเป็นปีศาจที่ฮิตเอามากๆเลยครับ และเจ้าแวมไพร์ก็จะถูกเติมแต่งแล้วแต่แนวในเรื่องนั้นๆ ว่าต้องการให้ออกมาเป็นแบบไหน เอาเป็นว่าผมเห็นมาหมดแล้วนะ ทั้งแบบน่ากลัว เท่ๆ โหดๆ สยองๆ ฮาๆ หรือติ๊งต๊องก็ตามครับ

ซึ่งเรื่องที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ก็เช่นกัน ตัวเอกเป็นแวมไพร์หนุ่มชั้นสูงที่อยู่ในโลกปีศาจ เก่ง ปกครองพื้นที่บริเวณนึงอยู่พร้อมกับลูกน้องที่พักดี เพียงแต่แตกต่างจากแวมไพร์จากเรื่องอื่นนิดหน่อยตรงที่เขา ติดการ์ตูน และ อนิเมะคลั่งไคล้ในโลกของมังงะอย่างมากแค่นั้นเอง และถ้าดูกันแล้วบรรยากาศและโลกปีศาจที่เขาอยู่ก็มีความเหมือนประมาณนึงกับโลกปัจจุบันของเราเช่นกันครับ. สตาซเป็นแวมไพร์หนุ่มเจ้าของเขตปกครองแห่งนึงในโลกปีศาจ แม้สตาซจะเป็นลูกหลานแวมไพร์แต่ตัวเขาไม่ได้ชอบความเป็นแวมไพร์นัก แต่กลับชื่นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างสุดขั้ว แม้ะสามารถหาทางเอาอะไรมาจากมนุษย์ได้บ้างแต่ก็ไม่สามารถถมความชื่นชอบในใจได้เต็มนัก จนในวันหนึ่งเขาได้พบเหตุการณ์แปลกเกิดขึ้นเมื่อลูกน้องในเขตของเขาแจ้งว่าพบมนุษย์สาวคนนึงหลงเข้ามาในเขต ทำให้สตาซแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่บอกให้ลูกน้องพาเธอมาไว้ที่ห้อง แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรและอะไรนั้น กลับมีศัตรูผู้อยากฮุปดินแดนของสตาซ ทำให้เขาต้องเสียเวลาไปโชว์เทพจัดการปีศาจที่ไม่เจียมตัว ตัวนี้ให้เรียบร้อย เพื่อที่จะกลับมาพบว่า สาวน้อยในชุด ม.ปลายที่ทำให้เขาตัวสั่นเทิ้มไปเมื่อกี้ โดนปีศาจกินไปเรียบร้อยแหล่ะ เหลือแต่กระดูก สร้างความช็อคให้กับ เขามาก ไม่ได้แหล่ะ เขาบอกตัวเองว่าเขาจะทำทุกวิธีทางเพื่อคืนชีพให้กับสาวน้อยม.ปลายไฟหน้าใหญ่คนนี้ให้ได้เลย. เรื่องนี้มีเนื้อเรื่องที่สนุกดีนะครับ จะบอกว่าแปลกใหม่ไหม ผมก็ไม่รู้นะครับ

อาจเคยมีอะไรแบบนี้แล้วก็ได้ แต่สิ่งที่ชอบในเรื่องนี้ก็คือ การที่เขาสามารถสร้างตัวละครให้มีเอกลักษณ์แบบฮาๆ ได้โดยไม่เก้อเขิน หรือดูขัดครับ ตัวละครเกือบทุกตัวแม้เป็นปีศาจ แต่ก็ทำออกมาให้ดูสนุกและตลกแบบเบาๆได้ สร้างบรรยากาศให้ทั้งเรื่องดูซอฟและสนุกไปทันที ในขณะที่การดำเนินเรื่องก็ทำได้ดี มีการสร้างเรื่องราวแต่ละช่วงแต่ละตอนให้สอดคล้องกัน แทบจะหาช่วงไหนของเรื่องนี้ที่ดูไม่สนุกเลยครับ ตอนต่อเนื่องและดูสนุกกันทุกตอนเลยครับ. ตัวละครอย่างสตาซนั้น เป็นตัวละครที่ครบในทางสายนี้ครับ ทั้งฮา ทั้งติ๊งต๊องแต่ขณะเดียวกันก็เท่ และสู้กับทุกตัวละครได้อย่างสนุก คู่แข่งของเขาในแต่ละช่วงก็มีรายละเอียดที่อ่านไปเพลินไป ไม่ได้รู้สึกว่ามีตัวไหนออกมาแบบเสียเปล่า หรือไม่ต้องจำก็ได้นะครับ และส่วนที่สำคัญในเรื่องนี้ก็คือเรื่อง มุก ในแต่ละช่วงแต่ละตอนที่ใส่ออกมาได้ถูกจังหวะและเวลาเป็นอย่างยิ่ง คือฮา หัวเราะและยิ้มๆ ได้ตลอดเวลาครับเรื่องนี้ สำหรับผมถือว่าบรรลุแนวที่ต้องการเขียนออกมาได้อย่างเรียบร้อย และไม่ยากเย็นเลยครับ . ในส่วนของลายเส้น เรื่องนี้จุดเด่นไม่ใช่เรื่องลายเส้นนะครับ

ถ้าเปรียบเทียบกับการ์ตูนหลายๆเรื่องอาจจะถือว่าเรื่องนี้ดูโล่งๆไปนิดในหลายๆฉาก แต่บอกได้เลยว่าเป็นลายเส้นที่ดูสบายตา ไม่เยอะและไม่น้อย และทุกตัวละครออกแบบมาน่าจดจำและติดตาครับ รวมถึงฉากต่างๆ แม้ไม่มีรายละเอียดหนักๆ เหมือนเรื่องอื่น แต่ก็แทบจะไม่เป็นจุดด้อยให้เรามานั่งสนใจเลยครับ เรื่องนี้ต้องชมการดำเนินเรื่องที่ทำให้เราสนุกอยู่โดยไม่ต้องอาศัยความเทพของภาพนักครับ. Blood lad เขียนโดย อ.ยูกิ โคดามะ โดยในไทย เจ้าของลิขสิทธิ์คือ สนพ สยามอินเตอร์คอมมิค ออกมาทั้งหมด 17 เล่ม + 1 เล่มพิเศษ ครับ จำนวนเล่มไม่มากไม่น้อยไป โดยออกมาตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งปัจจุบันยังคงหามือหนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็นครับ

Blood Lad นั้นแม้จะเป็นเรื่องที่ไม่โด่งดังมากในบ้านเราหรือที่ไหนก็ตามครับ แต่สำหรับผมเป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่เฝ้าหาตามแผงและไม่รีรอที่จะรีบซื้อเมื่อออกเล่มต่อมา ด้วยความสนุกและลงตัวในทุกๆเรื่อง มันคือการ์ตูนที่สนุกและน่าเก็บสำหรับผม หากใครมองหาการ์ตูนฮาๆ ตัวละครเท่ๆ สาวๆ ไฟหน้าอึ่มๆ อ่านสนุกโดยไม่ต้องขายฉากเซอร์วิสละก็ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่อยากแนะนำครับ ห้ามพลาดเลยนะครับ

พบกับการรีวิวการ์ตูนอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนต่างประเทศหรือจะเป็นการ์ตูนไทย ก็จะมีหมดทุกๆการ์ตูนเลยนะ ครั้งที่แล้วเราก็ได้มีการ รีวิวการ์ตูน วันอาทิตย์ที่ไม่มีพระเจ้า ไปก็จะไปอ่านดูได้เลย