Yamazaki Business Commando สำหรับผมมันคือการ์ตูนสายหลักที่ผสมกับแก่นเรื่องของสายรอง สายหลักก็คือ การที่นำพระเอกเรากลับมาจากความตายแล้วดัดแปลงเขาให้เป็นหุ่นยนต์ไซบอร์กเพื่อมาทำภาระกิจตามที่ผู้ช่วยเหลือต้องการ แต่ส่วนที่ไปอิงสายรองก็คือ พระเอกเราเป็นตาลุงพนักงานบริษัทธรรมดา ที่ฟื้นขึ้นมาเพื่อมาเป็นพนักงานบริษัทหุ่นยนต์นั่นเองครับ . เรื่องนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ สำหรับการนำหุ่นยนต์มาต่อสู้แต่ต่อสู้ด้วยผลพวงของการแข่งขันทางธุรกิจระหว่างบริษัทที่กำลังจะเจ๊ง หรือ เจอทางตันในการก้าวหน้าของบริษัท เลยเปิดโอกาสให้ผู้ช่วยไซบอร์กเหล่านี้เข้ามาเสนอแผนงานเพื่อที่จะให้บริษัทต่างๆ เติบโตไปได้ในสภาวะทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่บอกได้เลยว่ากำลังดิ่งลงเหวอย่างในตอนนี้

หากคุณต้องการเขียนการ์ตูนที่มีเนื้อหาการแข่งขันทางธุรกิจ ผมว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้คนหลายๆคนชอบได้ มันยากในการสื่อสารและสร้างความน่าสนใจให้คนอ่าน เพราะขึ้นชื่อว่าธุรกิจมันมีความซ้ำซ้อนและมันไม่มีอะไรดึงดูดให้เราหยิบขึ้นมาอ่านเลย แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะ

Yamazaki Business Commando จะเปิดเรื่องในแต่ละตอนด้วยการเจอกันระหว่างพนักงานบริษัท หรือบุคคลที่กำลังมีปัญหาในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากแรงบันดาลใจในการทำงานที่น้อยลงไปของตัวเอง ปัญหาจากผู้มีอำนาจสูงๆในบริษัทที่ไม่ให้ความสำคัญกับตัวเขาเองหรือแผนกของเขาเอง หรือปัญหาจากทางตันที่ไม่สามารถคิดโปรเจค หรือสินค้าตัวใหม่ออกมาในขณะที่ยอดขายของบริษัทของเขากำลังดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าเขาจะมีปัญหาอะไร เขาจะได้เจอกับตาลุงนาม ยามาซากิ จากบริษัท นีโอ ซิสเท็ม ผู้ที่ทางผู้บริหารของบริษัทต่างๆ จ้างวานเข้ามาเพื่อที่จะให้ช่วยฝ่าทางตันที่คนของบริษัทตัวเองฝ่าไปไม่ได้ ยามาซากิ จึงมีหน้าที่เข้ามาค้นหาหนทางรอดของบริษัทนั้นๆ เข้ามาผลักดันโปรเจคที่มีประโยชน์ หรือนำเสนอสินค้าที่บริษัทเหล่านั้นควรผลิตไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ก็ตาม เพื่อผลสุดท้ายปลายทางก็คือ ยอดขายสินค้าตัวใหม่ที่จะทำให้บริษัทเหล่านั้นลดการขาดทุนและเป็นกำไรในที่สุดท่ามกลางการแข่งขันกับคู่แข่งอย่างรุนแรงในตลาด ณ ตอนนั้น แต่มันไม่ใช่แค่การ์ตูนธุรกิจนะครับ มันเป็นการ์ตูนเชิงลึกที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะตัว Yamazaki นอกจากจะต้องคอยคิดโปรเจคใหม่ๆ ตามที่บริษัทต่างๆ ว่าจ้างแล้ว เขาต้องคอยผลักดันคนแก่ผู้กำลังหมดไฟ หรือหนุ่มสาวที่กำลังหลงทางในการดำเนินชีวิต แม้กระทั่งผู้บริหารที่กำลังยอมแพ้ให้กับปัญหาต่างๆ เหล่านี้ให้มีพลังพร้อมที่จะลุยงานตัวใหม่นี้กับเขา ซึ่งมันไม่ง่ายเลยสำหรับคนนอกบริษัท ที่อยู่ๆก็เข้ามาแค่ชั่วคราวจะมาทำให้คนที่อยู่ประจำมานับถือและพร้อมที่จะต่อสู้ไปกับเขา และฉากที่เราจะเห็นคุ้นตาก็คือ ในขณะที่ปัญหาเรื่องโปรเจคและสินค้า รวมถึงเรื่องคนเริ่มเห็นทางออก จะมีคู่แข่งทางธุรกิจโพล่ออกมาเพื่อแย่งชิงแผน หรือ ทำลายตัว ยามาซากิ และพนักงานบริษัทที่กำลังเริ่มมีไฟเหล่านั้นให้สิ้นไป เพราะไม่มีบริษัทคู่แข่งรายไหนดีใจแน่ๆ ถ้ารู้ว่าคู่แข่งกำลังมีโปรเจคสวยๆ ที่จะทำให้เติบโต โดยตัวเองนั้นก็ยังหาทางออกไม่ได้ และบ่อยครั้งที่บริษัทคู่แข่งจะส่งบุคคลที่เป็นเสมือนยามาซากิ มาดักชิงหรือทำลายโปรเจคเหล่านี้อยู่เสมอ แต่อย่างที่บอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องของพนักงานบริษัทธรรมดา เพราะคุณยามาซากิของเราเป็นไซบอร์ก และบริษัทคู่แข่งก็ส่งไซบอร์กออกมาสู้กันแม้สุดท้ายคุณยามาซากิจะชนะไปด้วยท่าไม้ตายแต่ละตอนที่ไม่ซ้ำกันและไม่ควรเรียกเป็นท่าไม้ตายอย่างเช่น ยามาซากิ เลียะพะคืนสนอง ยามาซากิเข่าบินก้องนภา หรือแม้แต่ยามาซากิ นามบัตรกระจาย พร้อมกับการระเบิดร่างของศัตรูคู่แข่งทางธุรกิจไปนั้น เขาก็ทำให้ความหวังในการดำเนินชีวิต ในการทำงานของพนักงานบางคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นโตขึ้นและพร้อมที่จะลุยในสิ่งที่ควรทำต่อไป

นี่คือเรื่องที่มีความสมบูรณ์ทางภาพ เนื้อหา และการนำเสนออย่างที่สุดครับ ผมยังไม่เคยเจอการ์ตูนที่รวมผสมหลายๆส่วนได้อย่างลงตัวอย่างนี้ เรื่องนี้เต็มไปด้วยความหมายในการดำเนินชีวิต โอกาสทางธุรกิจ หรือ มุมมองที่จะทำให้เราเติบโตขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ในเรื่องมีการปูความดราม่าเอาไว้อย่างหลากหลายเหตุการณ์ อย่างตัว ยามาซากิเอง ที่เป็นพนักงานกินเงินเดือนที่ทำงานหนักจนตัวเองตาย และบริษัทปัดความรับผิดชอบในการตายของเขา เขาถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพมาเพราะเขายังมีสิ่งที่ต้องดูแลก็คือลูกและเมียของเขา โดยสิ่งที่เป็นอาวุธก็คือมันสมองที่พร้อมจะนำเสนอมุมมอง แผนงานอันเด็ดดวงที่เหล่าคนเป็นหลายคนมองไม่ออก แม้เขาจะไม่สามารถออกไปเจอหน้าลูกเมียให้เห็นว่าเขาฟื้นกลับมาแล้วได้ เพราะร่างเขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว แต่งานทุกงานคือเงินที่จะส่งเข้าให้ครอบครัวเพื่อเป็นทุนรอนให้กับลูกเมียนั่นเอง เขาจึงเสมือนตายไปจริงๆ ไม่มีใครในครอบครัวรู้ว่าเขาฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว แต่ก็นั่นแหละ คนขายวางความดราม่าอีกนิดตรงที่เซลล์สมองของ ยามาซากิ กำลังเสื่อมไปเรื่อยๆ อาจมีชีวิตได้อีกไม่ถึงปี หรือ ปีกว่าๆ ระหว่างนี้เขาจึงต้องทำภาระกิจทุกงานให้สำเร็จในฐานะพนักงานกินเงินเดือนและในฐานะผู้ชี้นำให้กับคนเป็นทำในสิ่งที่ควรทำและไม่เดินหลงทางอย่างตัวเขาเอง

อ .ผู้เขียนตีแผ่ปัญหาสังคมของญี่ปุ่นได้อย่างถึงกึ่นมากๆ ไม่ว่าปัญหาการทำงานหนักของคนญี่ปุ่นจนตัวเองเสียชีวิตระหว่างทำงานซึ่งเราได้ยินมาเรื่อยๆอยู่แล้ว ยังนำปัญหาในองค์กรที่ทุกที่ในโลกย่อมมีปัญหาอย่างนี้ไม่มากก็น้อย ปัญหาความสัมพันธ์ในองค์กรที่ทำให้ทุกคนมีปัญหา และปัญหาอันเกิดจากความผิดพลาดในอดีตที่ตามหลอกหลอนให้ใครบางคนไม่พร้อมจะเดินทางต่อไป ทุกอย่างจะเริ่มเห็นทางสว่างเมื่อได้พบกับ ยามาซากิ เขาไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ ความคิดสร้างสรรค์ การไม่หยุดมองหาหนทางและโอกาสในทุกๆอย่างรอบตัวเราเท่านั้น เขายังเป็นเหมือนผู้ชี้นำที่จะทำให้คนที่เจอเขารู้ว่าเขายังมีโอกาสที่จะแก้ตัวและเดินทางต่อไปได้อย่างดี เขายังไม่สิ้นหนทางเหมือนตัว ยามาซากิ เอง ที่เพียงนับถอยหลังเวลาที่เหลืออยู่ของเขาเท่านั้น และที่ผมนับถืออ.คนเขียนมากๆก็คือ แผนงานธุรกิจหลายๆตอนเกือบจะทุกตอนเราอ่านแล้วเข้าใจง่าย ดูแล้วมีความเป็นไปได้ น่านำออกมาขายจริงและน่าจะขายได้ด้วย ผมทึ่งจริงๆ ว่าคิดเนื้อเรื่องยอย่างนี้ได้อย่างไร แม้ตอนที่ผมเริ่มอ่านจะอยู่แค่มัธยมก็ตาม ยังรู้สึกเลยว่าเป็นแผนงานที่ยอดเยี่ยมเต็มไปด้วยจินตนาการ และขายได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ผลงานเรื่องนี้เขียนโดย อ.จุน โทมิซาว่า โดยมีการพิมพ์ออกมาเท่าที่ผมเห็นมีอยู่ 3 เวอร์ชั่นครับ มีเวอร์ชั่นก่อนลิขสิทธิ์โดย Line art planning ,Square Project และฉบับลิขสิทธิ์โดย สนพ สยามอินเตอร์คอมมิคที่พิมพ์ออกมาปี 2542 มีทั้งหมด 12 เล่มจบครับ ซึ่งในปัจจุบันหาอ่านยากพอสมควรครับ แต่แนะนำให้หาอ่านมากๆ

พบกับการรีวิวการ์ตูนอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนต่างประเทศหรือจะเป็นการ์ตูนไทย ก็จะมีหมดทุกๆการ์ตูนเลยนะ ครั้งที่แล้วเราก็ได้มีการรีวิวการ์ตูน เทพยุทธ์มังกรฟ้าไปก็จะไปอ่านดูได้เลย